กรมควบคุมโรคเตือนเฝ้าระวังโรคโบทูลิซึม แนะเลือกกินอาหารแปรรูปสะอาด-ได้มาตรฐาน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้เฝ้าระวังสถานการณ์โรคโบทูลิซึมในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2540–2557 พบผู้ป่วยยืนยันโรคโบทูลิซึม 9 เหตุการณ์ รวมทั้งสิ้น 277 ราย เสียชีวิต 3 ราย ส่วนใหญ่เหตุการณ์เกิดขึ้นทางภาคเหนือ โดยเหตุการณ์ที่พบผู้เสียชีวิตนั้น เกิดขึ้นที่ จ.น่าน มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 2 ราย สาเหตุจากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ และ จ.สระบุรี มีผู้ป่วย 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย สาเหตุจากการรับประทานหมูยอที่ไม่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากนี้ประเทศไทยจะมีโอกาสพบผู้ป่วยโรคโบทูลิซึมได้ เนื่องจากความนิยมแปรรูปอาหารในครัวเรือนเพื่อรับประทาน และจำหน่ายเป็นธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย

สำหรับโรคโบทูลิซึม เป็นโรคที่ทําให้เกิดอัมพาตของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษโบทูลินัม สามารถพบได้ทั่วไปในดิน น้ำ หรือแม้แต่ในลำไส้ของปลาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาการป่วยเริ่มจากอาการโรคทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว แต่ระยะฟักตัวของอาการทางระบบประสาทจะเกิดขึ้น 12-36 ชั่วโมง เช่น มีอาการตามัว กลืนลำบาก ลิ้นแข็ง และอาการรุนแรงที่สุดคือกล้ามเนื้อทางเดินหายใจอ่อนแรง จนทำให้หายใจไม่ได้และอาจเสียชีวิตได้ ซึ่งต้องรักษาด้วยการให้โบทูลินัมแอนติท็อกซิน

ที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าโรคโบทูลิซึม เกิดจากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บเท่านั้น แต่หลังจากมีการพัฒนากระบวนการผลิตหน่อไม้ปี๊บที่ปลอดภัยเผยแพร่ให้แก่ผู้ประกอบการ จึงทำให้ไม่พบเหตุการณ์โรคโบทูลิซึมจากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ มาตั้งแต่ปี 2550 อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคขอนำแนะว่า อาหารเสี่ยงของโรคนี้สามารถพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท วิธีการสังเกตคืออาหารนั้นมีสภาพอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิดแบบอับอากาศ ดังเช่นที่เคยตรวจพบปนเปื้อนอยู่ในอาหารกระป๋องบางชนิด หมูยอที่ไม่ได้มาตรฐาน หน่อไม้ต้มบรรจุในถุงพลาสติก ปูดองในขวดโหล โดยเป็นอาหารที่ดูเหมือนสุกแล้ว จึงทำให้ผู้บริโภคไม่ได้นำมาผ่านความร้อนซ้ำอีกครั้งก่อนรับประทาน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนรับประทานอาหารขอให้ประชาชนนำมาผ่านความร้อนซ้ำอีกครั้ง

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์